ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
เทศบาลตำบลพลวง
อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
ข่าวประชาสัมพันธ์
สิทธิประโยชน์-ขั้นตอนทำ "บัตรคนพิการ"

หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ เอกสารสำคัญในการยื่นคำขอทำ "บัตรประจำตัวคนพิการ" (บัตรใหม่) ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือสำเนาสูติบัตร (อายุต่ำกว่า 15 ปี) หรือหนังสือรับรองการเกิดตามที่กรมการปกครองกำหนด 1 ฉบับ สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน) ในกรณีที่คนพิการไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเอง เอกสารรับรองความพิการ 1 ฉบับ ซึ่งรับรองโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานพยาบาลเอกชนที่อธิบดีประกาศกําหนด สภาพความพิการเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอถ่ายสภาพความพิการไว้เป็นหลักฐาน สำหรับ "ผู้ดูแลคนพิการ" (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน หรือเป็นผู้ดูแลที่คนพิการอาศัยอยู่ตามความเป็นจริง) ประกอบด้วย บัตรประชาชนของผู้ดูแลคนพิการ ทะเบียนบ้านของผู้ดูแลคนพิการ ***เกร็ดน่ารู้ ความพิการเชิงประจักษ์ คืออะไร ประเภทความพิการทางการเห็น ได้แก่ ไม่มีลูกตาดำทั้งสองข้าง หรือ ลูกตาสีขาวขุ่นทั้งสองข้าง ประเภทความพิการทางการได้ยิน หรือสื่อความหมาย ได้แก่ ไม่มีรูหูทั้งสองข้าง ประเภทความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย ได้แก่ แขนขาดระดับข้อมือขึ้นไปอย่างน้อย 1 ข้าง หรือขาขาดตั้งแต่ระดับข้อเท้าขึ้นไปอย่างน้อย 1 ข้าง กรณี "คนพิการมิได้มาแจ้งหรือไม่สามารถแจ้งได้" ต้องเตรียมเอกสารดังนี้ หนังสือรับรองการเป็นผู้ดูแลคนพิการ ผู้รับรอง เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น โดยผู้รับรองต้องอาศัยอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เดียวกับที่คนพิการอาศัยอยู่ในปัจจุบัน สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับรอง พร้อมรับรองสําเนา ซึ่งข้าราชการบำนาญไม่สามารถรับรองหนังสือนี้ได้ การรับรองจะสมบูรณ์เมื่อพยานลงนามครบถ้วน การรับรองอันเป็นเท็จมีความผิดตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา กรณีบุคคลอื่นยื่นคำขอมีบัตรฯ แทนคนพิการ ต้องใช้อะไรบ้าง สำเนาบัตรประชาชนของบุคคลที่ดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจ เป็นหลักฐานว่าได้รับมอบจากคนพิการ (พยานต้องลงนามครบถ้วน) กรณีคนพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรือมีความพิการมากไม่สามารถดำเนินการเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ดูแล ดำเนินการแทนได้ กรณีที่ "บัตรประจำตัวคนพิการ" หมดอายุ ชำรุด สูญหาย มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญเกี่ยวกับคนพิการ อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เอกสารหลักฐานของคนพิการ ที่ต้องเตรียม มีดังนี้ 1.บัตรประจำตัวคนพิการใบเดิม 2.เอกสารประจําตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ บัตรประจําตัวประชาชน, สําเนาบัตรประจําตัวข้าราชการ, สูติบัตรสําหรับบุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี, หนังสือรับรองการเกิดตามแบบที่กรมการปกครองกําหนด 3.ทะเบียนบ้านของคนพิการ กรณีที่คนพิการมีทะเบียนบ้าน แต่ไม่มีบัตรประชาชน ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร์ พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ก่อน 4. หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล 5. รูปถ่ายคนพิการ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป ในกรณีที่คนพิการไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเอง 6.กรณีมีความพิการเพิ่ม หรือเปลี่ยนไปจากเดิม เอกสารรับรองความพิการ ซึ่งรับรองโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานพยาบาลเอกชนที่อธิบดีประกาศกําหนด สภาพความพิการเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอถ่ายสภาพความพิการไว้เป็นหลักฐาน สิทธิการอุทธรณ์ เกี่ยวกับ "บัตรประจำตัวคนพิการ" 1. กรณี "คนพิการ" ไม่ได้รับอนุมัติให้มี "บัตรประจำตัวคนพิการ" อาจยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อนายทะเบียนแห่งนั้น ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว 2. ให้นายทะเบียนพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์แล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมเหตุผลเป็นหนังสือต่อผู้อุทธรณ์ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พิจารณาอุทธรณ์เสร็จ คำวินิจฉัยของนายทะเบียนให้เป็นที่สุด สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองคนพิการ สำหรับ "คนพิการ" สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 หรือตามที่กฎหมายอื่นกำหนด ยกตัวอย่างเช่น เบี้ยคนพิการ : ผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีสิทธิขอรับ เบี้ยคนพิการ 800 บาท/เดือน โดยเงินนี้จะจ่ายภายในวันที่ 10 ของแต่ละเดือน และหากผู้พิการมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถขอรับได้ทั้งเบี้ยคนพิการ และเบี้ยผู้สูงอายุ สิทธิด้านการศึกษา : คนพิการมีสิทธิได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มเรียนจนถึงปริญญาตรี และสามารถขอความช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล สิทธิด้านการทำงาน : มีกฎหมายที่ส่งเสริมให้คนพิการมีโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม เช่น การสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างงานคนพิการ และการให้สิทธิพิเศษในการจ้างงานในหน่วยงานของรัฐ สิทธิด้านสุขภาพ : คนพิการมีสิทธิในการรับบริการด้านสุขภาพฟรี รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ และการจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ สิทธิในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก : คนพิการมีสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่รัฐจัดหาให้ เช่น การเดินทาง การสื่อสาร และสถานที่สาธารณะ สิทธิที่จะได้การช่วยเหลือด้านกฎหมาย : เพื่อประโยชน์จากสิทธิตามกฎหมาย ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง คดีแรงงาน และคดีทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือ ในด้านการให้คำปรึกษาหารือทางกฎหมาย การให้ความรู้ทางกฎหมาย การจัดทำนิติกรรมสัญญา การไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมยอมความ การจัดหาทนายความ เป็นต้น "การลดหย่อนภาษี" ของ "ผู้ดูแลคนพิการ" ผู้มีเงินได้หักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพได้คนละ 60,000 บาท ดังนี้ 1. ความสัมพันธ์กับผู้มีเงินได้ เป็นบิดามารดาของผู้มีเงินได้ เป็นบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ เป็นสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้มีเงินได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น แต่ผู้มีเงินได้เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู ผู้มีเงินได้นำมาลดหย่อนได้ 1 คน 2.หลักเกณฑ์ การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หลักเกณฑ์การเป็นคนพิการที่ผู้มีเงินได้จะหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการได้ จะมีรายละเอียดดังนี้ คนพิการต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้มีเงินได้ตาม 1 ผู้มีเงินได้เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู และมีชื่อเป็นผู้ดูแลคนพิการในบัตรประจำตัวคนพิการ คนพิการมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาท ในปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อน (ไม่รวมเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42) คนพิการต้องมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก กรณีคนพิการมีผู้อุปการะเลี้ยงดูหลายคน ใครเป็นผู้มีสิทธิหักลดหย่อนนั้น ให้ดูว่าผู้มีเงินได้คนใดมีชื่อเป็นผู้ดูแลในบัตรประจำตัวคนพิการ ผู้มีเงินได้คนนั้นเป็นผู้มีสิทธิหักลดหย่อน 3. การใช้สิทธิและหลักฐานการหักลดหย่อน การหักค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพให้หักได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะหักได้นั้น จะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ กรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้หักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพได้เฉพาะคนพิการ หรือคนทุพพลภาพที่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย กรณีผู้มีเงินได้หักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ และคนพิการดังกล่าวก็ยังเป็นผู้ทุพพลภาพด้วยการใช้สิทธิหักค่าลดหย่อน ให้หักได้ในฐานะเป็นคนพิการฐานะเดียว หลักฐานในการหักค่าลดหย่อน ผู้มีเงินได้ที่ใช้สิทธิหักค่าลดหย่อน อุปการะเลี้ยงดูคนพิการคนทุพพลภาพต้องยื่นแบบ ล.ย.04 พร้อมหลักฐานดังต่อไปนี้ พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษี - กรณีหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจำตัวคนพิการ โดยแนบในส่วนที่แสดงว่า ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลด้วย - กรณีหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพให้แนบ ใบรับรองแพทย์, หนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ (แบบ ล.ย.04-1) 4.กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิหักลดหย่อน ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นคนพิการหรือคนทุพพลภาพ เป็นสามีหรือภริยา และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปี ภาษีโดยภริยามีเงินได้ตามมาตรา 40(1) และแยกยื่นแบบต่างหากจากสามี ให้สามีภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ต่อบุตรที่พิการ หรือทุพพลภาพนั้น โดยสามีภริยาต้องแนบหลักฐานดังนี้ - ภาพถ่ายแบบ แบบ ล.ย.04 ของผู้มีเงินได้ ซึ่งสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ได้ลงลายมือชื่อรับรอง - ภาพถ่ายบัตรประจำตัวคนพิการ / ใบรับรองแพทย์และหนังสือการอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ (ล.ย.04-1)




จำนวนผู้เข้าชม 246 ครั้ง
LINE OA QR Code
Corruption QR Code
โบว์ไว้อาลัย